657845total sites visits.

11 Checklist เตรียมพร้อมก่อนการสร้างบ้าน

รับสร้างบ้าน

11 Checklist เตรียมพร้อมก่อนการสร้างบ้าน

11 Checklist เตรียมพร้อมก่อนการสร้างบ้าน

เข้าใจขั้นตอนสร้างบ้าน และชัดเจนในความต้องการ เพื่อการสร้างบ้านราบรื่น

การมีบ้านเป็นของตนเองเป็นที่ใฝ่ฝันของคนส่วนใหญ่ ที่ตั้งใจทำงานเก็บเงินแล้วอยากมีบ้านเป็นทรัพย์สินของตนเอง เมื่อเก็บออมเงินได้เป็นก้อนและมีเครดิตจนได้รับการปล่อยสินเชื่อบ้านจากทางธนาคารแล้ว เรามาดู 11 Checklist เตรียมพร้อมก่อนการสร้างบ้าน ว่ามีอะไรบ้าง

1. จัดทำงบประมาณสร้างบ้าน

ขั้นตอนแรกในการสร้างบ้าน คุณต้องวางงบประมาณในการซื้อที่ดินปลูกบ้านและงบประมาณในการก่อสร้างบ้านทั้งหมด การกำหนดงบประมาณที่รัดกุม จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีที่สุดและช่วยประหยัดเงินในระยะยาว

2. เตรียมหาที่ดินสำหรับสร้างบ้าน

หากคุณไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินที่คุณวางแผนจะสร้างบ้าน คุณต้องค้นหามันก่อน โดยอาจจะติดต่อกับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งสามารถช่วยให้คุณค้นหาที่ดินในบริเวณที่คุณต้องการได้และราคาถูกลง เนื่องจากตัวแทนอสังหาริมทรัพย์จะแนะนำคุณ คุณจำเป็นต้องพิจารณาว่าจะซื้อที่ดินจากที่ใด ควรอยู่ในพื้นที่เป้าหมายที่คุณตั้งไว้ โดยควรพิจารณาถึงความปลอดภัยของพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณในการดึงดูดผู้ซื้อในอนาคต นอกจากคุณต้องปรึกษาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ คุณยังต้องหาสถาปนิกฝีมือดีมาดูแลในการเลือกซื้อที่ดินให้เหมาะกับความต้องการในการสร้างบ้านที่คุณต้องการด้วย โดยคุณต้องพิจารณาการออกแบบบ้านให้เหมาะกับพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงที่อาศัยอยู่ด้วย เผื่อในอนาคตคุณอาจจะเก็งกำไรโดยการขายบ้านหลังนี้

3. การวางแผนออกแบบบ้าน

ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานกว่าขั้นตอนอื่น ๆ เพราะเป็นขั้นตอนใหญ่และสำคัญมาก เพราะต้องตัดสินใจเลือกขนาดเลย์เอาต์ และสไตล์ของบ้าน เมื่อคุณทราบงบประมาณและประเภทของบ้านที่ต้องการจะสร้างแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การหาบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านที่เหมาะกับสไตล์ของคุณแล้ว ผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน แต่ละรายไม่เหมือนกัน ดังนั้นการรู้วิธีเลือกบริษัทรับเหมาสร้างบ้านที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณจึงเป็นการสิ่งสำคัญ บางแง่มุมที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ชื่อเสียง คุณภาพของงาน และการสื่อสารตลอดกระบวนการสร้างบ้าน น่าเชื่อถือ มีทีมงานที่ดี และมีผลงานการสร้างบ้านที่มีคุณภาพ

เมื่อคุณหาบริษัทรับสร้างบ้าน หรือบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านและสถาปนิกออกแบบบ้านได้แล้ว ก็เริ่มต้นออกแบบบ้านได้ คุณสามารถออกแบบแผนผังบ้านได้ตามไอเดียคุณ โดยสถาปนิกจะเป็นคนแนะนำที่จะช่วยให้คุณได้บ้านในฝันที่คุณต้องการได้มากที่สุด แม้ว่าทุกความคิดที่คุณฝันมันอาจไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ฟิสิกส์ หรือมาตรฐานทางวิศวกรรม แต่ขั้นตอนนี้คุณสามารถนำทุกความคิดและความฝันเพื่อค้นหาความเป็นไปได้ การแจ้งให้สถาปนิกทราบถึงความต้องการของคุณเกี่ยวกับข้อกำหนดห้องนอน เลย์เอาต์ ข้อกำหนดในการจัดเก็บ และอื่นๆ จะช่วยให้คุณปรับแต่งบ้านได้ตามความต้องการให้ได้มากที่สุด

4.การวางโครงสร้างของบ้าน

การก่อสร้างเริ่มต้นด้วยการวางโครงสร้างของบ้าน นี่เป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าบ้านในฝันของคุณกำลังจะเกิดขึ้น บริษัทรับสร้างบ้าน หรือบริษัทรับเหมาก่อสร้างบ้านจะทำงานร่วมกับอินทีเรียร์ ดีไซเนอร์ ในการวางผังภายในบ้านตามที่คุณต้องการ เพื่อสร้างผนังและหลังคา และจัดลักษณะและจำนวนห้อง ขั้นตอนนี้จะรวมถึงหน้าต่าง ประตู ระเบียง คานไม้ และวัสดุภายนอกด้วย เช่น อิฐหรือหิน เป็นต้น

5. จัดทำระบบปรับอากาศ HVAC & ไฟฟ้า

เมื่อวางโครงสร้างบ้านเรียบร้อยแล้ว บริษัทรับสร้างบ้านจะนำผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำในการทำความร้อน การระบายอากาศ เครื่องปรับอากาศ และการเดินสายไฟฟ้า เจ้าของบ้านสมัยใหม่หลายคนออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงการประหยัดพลังงาน การตัดสินใจเหล่านี้ต้องทำล่วงหน้าเพื่อให้สามารถวางสายไฟที่ถูกต้องก่อนที่จะดำเนินการตกแต่งภายในบ้าน นอกจากคุณควรคำนึงการประหยัดทรัพยากรและเงินในระยะยาว เช่น การเดินสายไฟพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วทั้งบ้านควรทำในช่วงเริ่มต้น แทนที่จะทำหลังจากบ้านสร้างเสร็จ

6. จัดทำระบบประปา

บริษัทรับสร้างบ้านจะดูแลงานประปาทั้งหมด อุปกรณ์ประปาสำหรับการจ่ายน้ำของบ้านได้รับการติดตั้งพร้อมกับระบบปรับอากาศ HVAC และไฟฟ้า ก่อนที่ผนังและเพดานภายในจะทำเสร็จ ซึ่งรวมถึงการเดินท่อน้ำทั้งหมดสำหรับอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ห้องซักรีด เครื่องใช้ในครัว และอื่นๆ

7. งานตกแต่งภายใน

ในกรณีที่คุณจ้างบริษัทตกแต่งภายใน นักตกแต่งถายในจะเข้ามาดูแลงานในขั้นตอนนี้ การตกแต่งภายในบ้านของคุณจะเริ่มต้นด้วยการติดตั้ง drywall การทาสี และการติดตั้งไฟ นักตกแต่งภายในจะช่วยเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ทั้งหมดของคุณเข้าด้วยกัน เพื่อสะท้อนถึงสไตล์การแต่งบ้านที่คุณชื่นชอบ ขั้นตอนนี้จะเป็นการดำเนินการเพิ่มประตู, ทำขอบหน้าต่าง, บันได, อ่างอาบน้ำและประตูห้องอาบน้ำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ส่วนประกอบโครงสร้างของบ้าน

8. การตกแต่งภายนอก

ทำการวางคอนกรีตหรือหินกรวดสำหรับทำเป็นทางเดินลานบ้าน และดำเนินการจัดสวนตามไอเดียของคุณ เพื่อทำให้บ้านในฝันของคุณสมบูรณ์แบบ การตกแต่งภายนอกต้องคำนึงถึงขนาดและลักษณะรูปทรงของบ้านคุณ ทั้งด้านความลงตัวของพื้นที่ใกล้เคียงและภูมิทัศน์ถนนด้วย แม้ว่าการตกแต่งภายนอกบ้านจะเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัว แต่การตกแต่งภายนอกบ้านก็ควรจะสอดคล้องกับเพื่อนบ้านของคุณ ซึ่งอาจช่วยรักษาความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านของคุณ นอกจากนี้ควรใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์และธรรมชาติอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้คุณควรตั้งคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านภายนอกดังต่อไปนี้

  • การจัดสวนแบบใดที่คุณต้องการ และต้องการเพิ่มลานหน้าบ้านไหม?
  • แดดส่องบ้านคุณไหม?
  • คุณต้องการสร้างสระว่ายน้ำหรือไม่? ถ้าใช่ให้ลองพิจารณาถึงฟังก์ชันที่ต้องการใช้ในบริเวณสระว่ายน้ำหรือแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้ความร้อน
  • ความสูงของรั้ว ควรพิจารณาถึงสัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณบ้าน
  • คุณต้องการเตาย่างกลางแจ้งในตัวหรือไม่? ถ้าใช่ คุณต้องวางแผนต่อท่อแก๊สและไฟฟ้าด้วย
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าก๊อกน้ำแบบสายยางที่สนามกลางแจ้งของคุณอยู่ในจุดที่คุณต้องการไหม คุณจะต้องมีก๊อกน้ำอยู่ด้านหลังของสนามอย่างน้อย 1 ก๊อก ข้างหน้าสนามอีก 1 ก๊อก
  • หินและอิฐหน้าบ้านของคุณต้องการการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่? หินที่เบากว่าจะแสดงคราบมากกว่าหินสีเข้ม

9. การติดตั้งฟิกซ์เจอร์

การติดตั้งฟิกซ์เจอร์เพื่อใช้จับยึดชิ้นงาน เพื่อช่วยให้ทีมงานก่อสร้างบ้านทำงานได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดข้อผิดพลาดในการทำงานได้ ซึ่งจะทำหน้าที่จัดยึดระบบต่าง ๆ ภายในบ้านเข้าด้วยกัน เช่น ระบบประปา สายไฟ และระบบ HVAC ก๊อกน้ำ โถส้วม ปลั๊กไฟ ฯลฯ

10. การติดตั้งพื้น

การปูพื้นเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของบ้านทุกหลัง โดยชนิดของพื้นมีตั้งแต่ไม้เนื้อแข็งและลามิเนต ไปจนถึงกระเบื้องและพรม พื้นไม่เพียงแค่มีจุดประสงค์เพื่อการใช้งาน แต่ยังช่วยสร้างสไตล์และความรู้สึกให้กับห้องอีกด้วย เมื่อคุณจะติดตั้งพื้น คุณจำเป็นต้องพิจารณาว่าคุณมีสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กหรือไม่ ดังนั้นคุณจะต้องเลือกวัสดุและสีให้เข้ากับสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็ก และส่วนอื่น ๆ ของบ้านได้ เพื่อให้พื้นบ้านคงความสวยงามไว้ได้นานหลายปี และควรเลือกพื้นที่ดูแลรักษาง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง

หากคุณไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นในการเลือกชนิดของพื้น ให้พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

  • งบประมาณของคุณ
  • ค่าติดตั้ง
  • สไตล์และความสวยงาม
  • ผลตอบแทนการลงทุน
  • บางห้องอาจปูด้วยพรมได้ดีกว่า บางห้องอาจปูด้วยไม้เนื้อแข็ง
  • สถานการณ์ในครอบครัวของคุณ เช่น คุณจะมีสัตว์เลี้ยงหรือลูกไหม ถ้ามีคุณควรปูพื้นแบบที่ทนทานมากขึ้น
  • ราคาและคุณภาพที่สูง ส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

ส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้ในการปูพื้นมีให้เลือกดังนี้

  • ไม้เนื้อแข็ง : พื้นไม้เนื้อแข็งที่จะทำให้ห้องแลดูอบอุ่น น่าดึงดูดใจ และเข้าได้กับบ้านทุกสไตล์ ไม้เนื้อแข็งมีความทนทานพอที่จะติดตั้งในเกือบทุกห้องของบ้าน
  • ลามิเนต : พื้นลามิเนตคุณภาพสูงและให้ความรู้สึกเหมือนไม้จริง แต่มีราคาที่ต่ำกว่าพื้นไม้เนื้อแข็งมาก อีกทั้งยังทนทานเป็นพิเศษและทนต่อรอยบุบ รอยขีดข่วน และคราบสกปรกต่างๆ นอกจากนี้ยังทำความสะอาดง่ายด้วยเครื่องดูดฝุ่นหรือไม้กวาด
  • พรม : พรมให้ความรู้สึกอบอุ่นและความสุขเมื่อได้เห็นสีสันและลวดลายที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องบนชั้นสอง ทางเดิน และพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก
  • กระเบื้องและหิน : ใช้ได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งเพิ่มความทนทานให้กับบ้าน ในปัจจุบันมีกระเบื้องและหินหลากหลายให้เลือก เช่น โมเสก แก้ว เซรามิก กระเบื้องทราเวอร์ทีนและพอร์ซเลน หินโบราณ หินทราย เป็นต้น กระเบื้องยังช่วยเพิ่มความสง่างามและสไตล์ให้กับห้องได้

11. ทำการตรวจสอบบ้านขั้นสุดท้าย

ในขั้นตอนสุดท้ายของการสร้างบ้าน ถ้าคุณไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบ้าน คุณควรให้สถาปนิกและวิศวกรมาช่วยตรวจเช็คด้วย ก่อนรับมอบบ้านจากบริษัทรับสร้างบ้าน

เมื่อเช็คลิสต์ในการสร้างบ้านกันแล้ว ก็มาทำตามชั้นตอนกันเลย หากใครยังหาบริษัทรับสร้างบ้านที่ไว้ใจยังไม่ได้ ลองให้โอกาส บริษัท มีดี รับสร้างบ้าน จำกัด ประสบการณ์ในธุรกิจรับสร้างบ้าน มากกว่า 10 ปี โดยมีเป้าหมายและนโยบาย “ที่มุ่งเน้นคุณภาพของงานเป็นหลัก” จากประสบการณ์ในธุรกิจรับสร้างบ้านบริษัทฯ มีทีมงานมืออาชีพที่คอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างบ้านพักอาศัย อย่างเป็นมิตรและเป็นธรรม ภายใต้สโลแกนที่ว่า “อยากได้บ้านดี เลือกมีดี รับสร้างบ้าน”

สนใจสอบถามรายละเอียดบริการสร้างเพิ่มเพิ่มเติมได้ที่
https://mee-dee.co.th
โทร :  0-2540-3271, 080-6924142
แฟกซ์ 0-2540-3270
E-mail: nuchsam@hotmail.com
เวลาติดต่อ : จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 9.00 น. ถึง 18.00 น.