753218total sites visits.

เกรดของวัสดุสร้างบ้าน ส่งผลต่อคุณภาพบ้านและราคาก่อสร้างขนาดไหน (ตอนที่ 1)

รับสร้างบ้าน

เกรดของวัสดุสร้างบ้าน ส่งผลต่อคุณภาพบ้านและราคาก่อสร้างขนาดไหน (ตอนที่ 1)

เกรดของวัสดุสร้างบ้าน ส่งผลต่อคุณภาพบ้านและราคาก่อสร้างขนาดไหน (ตอนที่ 1)

รู้จักวัสดุในการก่อสร้างบ้าน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการสร้างบ้าน

เชื่อว่าสิ่งที่ทุกคนคาดหวังในการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าใครก็อยากได้บ้านที่ทั้งสวยถูกใจ มีคุณภาพ ในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นในการตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้เลยก็คือ วัสดุก่อสร้าง ที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างบ้าน ทั้งด้านโครงสร้างและความแข็งแรง

และไม่ว่าคุณจะใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้าน หรือว่าจ้างผู้รับเหมาที่ให้บริการรับสร้างบ้านใด ๆ ก็ตาม ล้วนจำเป็นต้องเลือกวัสดุก่อสร้างมาใช้ โดยสิ่งที่ต้องใช้หลัก ๆ เช่น เสาเข็ม, เหล็ก, อิฐ, ปูน, สี, ท่อ เป็นต้น

โดยวัสดุก่อสร้างที่จัดจำหน่ายกันในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายหลายเกรด

ซึ่งล้วนมีผลทั้งด้านคุณภาพบ้านและต้นทุนในการสร้างบ้าน แต่เกรดของวัสดุแต่ละชนิดที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อคุณภาพและต้นทุนด้านราคาก่อสร้างมากน้อยแค่ไหน มีดี รับสร้างบ้าน มีคำตอบมาให้ทุกท่านในบทความนี้แล้ว

เสาเข็ม วัสดุเสริมรากฐานให้บ้านมั่นคง

เสาเข็ม เป็นวัสดุก่อสร้างชิ้นแรก ๆ ที่ต้องใช้ในการเตรียมพื้นที่ก่อนจะเริ่มทำการสร้างบ้าน และยังเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องรองรับการถ่ายเทน้ำหนักทั้งหมดของตัวบ้านและอาคารที่สร้างลงบนพื้นดิน โดยทั่วไปจะแบ่งเสาเข็มออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ เสาเข็มแบบตอก และ เสาเข็มแบบเจาะ

  • เสาเข็มแบบตอก เป็นเสาเข็มที่หลายท่านคุ้นชินกันมายาวนาน โดยการนำเสาเข็มคอนกรีตที่หล่อขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว นำมาตอกลงในดินในระดับความลึกที่ต้องการด้วยปั้นจั่น ซึ่งเป็นวิธีการที่มีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก และมีความซับซ้อนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่น แต่ก็มีข้อจำกัดในส่วนของการทำงานในพื้นที่ชุมชนที่มีบ้านและอาคารอยู่ใกล้เคียง เพราะจะทำให้เกิดเสียงดังและแรงสั่นสะเทือนต่อพื้นที่รอบข้างได้ ตลอดจนในการดำเนินการตอกเสาเข็มที่นอกจากจะได้รับบริการจากผู้รับสร้างบ้านแล้ว ยังจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบและควบคุมจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายจากการที่มีเสาเข็มไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานความปลอดภัยด้วย

  • เสาเข็มแบบเจาะ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นิยมใช้กันในปัจจุบันโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีบริเวณจำกัด หรือมีอาคาร บ้านเรือนล้อมรอบอยู่ เพราะการติดตั้งเสาเข็มจะไม่ส่งผลทั้งด้านเสียงรบกวนและทำให้เกิดความกระทบกระเทือนเหมือนเสาเข็มแบบตอก โดยมีวิธีการก่อสร้างคือ หลังจากที่มีการขุดเจาะให้เกิดหลุมในระดับชั้นทรายแล้ว จะมีการติดตั้งโครงเหล็กแล้วจึงเทคอนกรีตตามลงไปในหลุมนั้นเพื่อขึ้นรูปเสาเข็มและรอจนแห้งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย สำหรับวิธีนี้มีข้อควรระวังในส่วนของตำแหน่งที่จะติดตั้งเสาเข็มต้องถูกต้อง และเจาะให้ลงในแนวดิ่ง รวมถึงต้องได้รับการควบคุมดูแลจากวิศวกรเช่นกัน

นอกจากลักษณะของการติดตั้งเสาเข็มที่ต้องการเลือกใช้งานตามพื้นที่แล้ว คุณสมบัติในส่วนผสมของคอนกรีตที่นำมาทำเป็นเสาเข็มก็มีความพิเศษเพิ่มเติมได้ เช่น ในบางพื้นที่ที่มีเนื้อดินเป็นดินเหนียว ซึ่งมีสารจำพวกคลอไรด์และซัลเฟตเป็นส่วนประกอบในดิน สารเหล่านี้มีผลทำลายคอนกรีตและทำให้เหล็กในโครงเสาเข็มถูกกัดกร่อนเป็นสนิม และอาจมีผลต่อโครงสร้างเมื่อใช้ไปในระยะยาวได้ ดังนั้น เสาเข็มที่เลือกใช้จึงอาจต้องทำมาจากคอนกรีตชนิดที่ทนซัลเฟตหรือไอทะเลได้ เพื่อให้ตอบโจทย์ในการป้องกันปัญหา

และในส่วนของราคานั้นอาจจะสูงกว่าการทำเสาเข็มที่เป็นคอนกรีตธรรมดา อย่างไรก็ตามเจ้าของบ้านสามารถขอคำปรึกษากับบริษัทรับสร้างบ้านเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนประกอบการตัดสินใจสร้างบ้านด้วย

เหล็ก วัสดุเสริมโครงสร้างให้บ้านแข็งแรง

เหล็ก เป็นวัสดุสำคัญอีกหนึ่งชนิดที่ถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการสร้างบ้านเพื่อความแข็งแรงมั่นคง โดยหากจำแนกประเภทของเหล็กแบบหลัก ๆ แล้ว จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เหล็กรูปพรรณ และ เหล็กเส้น

  • เหล็กรูปพรรณ (Structural Steel) จะเป็นเหล็กที่ถูกผลิตและนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปให้เป็นรูปทรง พร้อมให้นำไปใช้ในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้เลย เช่น เหล็กแผ่นสำหรับงานพื้น ทำสะพานเหล็ก, เหล็กแบน สำหรับงานเหล็กดัด ฝาท่อ, เหล็กตัวซี เหล็กกล่อง เหล็กฉาก สำหรับทำเป็นโครงสร้างอาคาร โครงสร้างหลังคา คานเหล็ก ตลอดจนท่อเหล็กที่ใช้เป็นท่อประปา เป็นต้น

  • เหล็กเส้น (Reinforcing Steel) หรือ เหล็กเสริม ซึ่งมักจะถูกนำไปใช้ในการเสริมกับงานคอนกรีต เมื่อสร้างบ้านและอาคาร ไม่ว่าจะเป็น เสา คาน ผนังก่ออิฐ หรือพื้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรง โดยเหล็กเส้นในโครงสร้างจะทำหน้าที่รับแรงดึง ในขณะที่คอนกรีตจะช่วยรับแรงกด เหล็กเส้นสามารถแบ่งประเภทย่อย ได้แก่

  • เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar: DB) เป็นเหล็กเส้นที่มีลวดลายแบบบั้งหรือดูเป็นปล้องตลอดทั้งเส้น ซึ่งผิวลักษณะนี้จะช่วยให้การยึดเกาะกับคอนกรีตได้ดี จึงมักใช้กับงานโครงสร้างหลัก เช่น คานบ้าน, เสา, บันได, ผนังส่วนที่ต้องรับน้ำหนัก เป็นต้น โดยมีขนาดความยาว 10 เมตร และ 12 เมตร และหน้าตัดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 10 มิลลิเมตร ถึง 32 มิลลิเมตร

  • เหล็กเส้นกลม (Round Bar: RB) เป็นเหล็กที่มีผิวภายนอกเรียบ หน้าตัดเป็นวงกลมขนาดตั้งแต่ 6 มิลลิเมตร ไปจนถึง 25 มิลลิเมตร มีขนาดความยาว 10 เมตร และ 12 เมตร มักใช้เสริมในงานโครงสร้าง เช่น งานก่อผนัง, งานปลอกเสา ปลอกคาน, หรือเป็นตะแกรงในงานพื้น และงานก่อสร้างขนาดเล็กอื่น ๆ

แน่นอนว่า จากชนิดและขนาดของเหล็กที่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะเหล็กเส้นที่ใช้ในการสร้างบ้าน ก็ส่งผลให้ความเหมาะสมในการใช้งานไม่เหมือนกันด้วย ซึ่งในส่วนนี้ผู้ที่รับสร้างบ้านก็จะทราบว่าควรใช้เหล็กที่มีค่ากำลังรับแรงดึงในงานโครงสร้างแต่ละแบบอยู่ที่เท่าไร

นอกจากนี้มาตรฐานของเหล็กเส้นก็มีผลต่อคุณภาพในการใช้ประกอบการสร้างบ้านเช่นกัน โดยจะมีให้เลือกใช้คือ เหล็กเส้นเต็ม ซึ่งเป็นเหล็กเส้นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางและน้ำหนักที่ได้มาตรฐาน มอก. และ เหล็กเส้นเบา ซึ่งเป็นเหล็กที่ผลิตโดยใช้เศษเหล็กต่าง ๆ มารีดซ้ำใหม่ ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าเหล็กเส้นเต็มกิโลกรัมละประมาณ 40 สตางค์ – 1 บาท แต่ก็ทำให้ได้เหล็กที่มีขนาดและน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มอก. เช่นกัน ซึ่งจะมีผลกระทบเกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยได้ จึงต้องระมัดระวังในการนำเหล็กเส้นเบามาใช้กับงานก่อสร้างบ้าน โดยเฉพาะควรหลีกเลี่ยงการใช้ในส่วนโครงสร้างหลักหรือที่ต้องรองรับน้ำหนักมาก แต่สามารถใช้ในงานหล่อบางจุด เช่น เคาน์เตอร์ในห้องครัวได้ เป็นต้น

อิฐ วัสดุเพื่อการก่อร่างสร้างผนังบ้าน

สำหรับอิฐที่นิยมใช้เป็นส่วนประกอบหลักของการสร้างบ้านในบ้านเรา เพราะเหมาะกับสภาพอากาศและหาซื้อได้ง่าย ได้แก่ อิฐมอญ อิฐบล็อก และอิฐมวลเบา

  • อิฐมอญ เป็นอิฐก้อนเล็กสีส้มแดงที่ผลิตจากดินเหนียว สามารถหาซื้อได้ทั่วไปและมีราคาถูกตั้ งแต่ก้อนละ 3 บาทไปจนถึงหลักร้อยบาท หรือประมาณ 80-90 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดและลวดลาย โดยเป็นอิฐที่นิยมนำมาทำเป็นผนัง เพราะสามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนและชื้นได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นอิฐที่สะสมความร้อน ทำให้ห้องร้อนได้ง่าย รวมถึงไม่ค่อยมีขนาดมาตรฐานตายตัว

  • อิฐบล็อก เป็นอิฐก้อนสีเทาที่ผลิตจากคอนกรีตผสมทรายในรูปทรงสี่เหลี่ยมและมีรูกลวงตรงกลาง สามารถระบายอากาศได้ดี มีขนาดก้อนใหญ่ ช่วยให้ประหยัดเวลาและแรงงานในการก่อสร้าง อีกทั้งยังมีราคาถูกมาก อาจเริ่มต้นราคาขายปลีกได้ตั้งแต่ก้อนละ 5 บาทขึ้นไป หรือประมาณ 50-55 บาทต่อตารางเมตรเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกันอิฐบล็อกก็มีรูพรุนมาก มีโอกาสรั่วซึมสูง และรองรับน้ำหนักได้น้อยกว่าอิฐอื่น ๆ จึงไม่ค่อยนิยมนำไปใช้ในการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัย แต่จะใช้ในการทำผนังอาคารโรงงานหรือโกดังต่าง ๆ เพื่อประหยัดต้นทุนและไม่ได้มุ่งเน้นความสวยงามทนทานมาก

  • อิฐมวลเบา เป็นอิฐที่นิยมใช้ในการสร้างบ้านมาก ผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมกับส่วนผสมอีกหลายชนิด มีจุดเด่นคือการมีเนื้อวัสดุที่เป็นฟองอากาศและรูพรุนถึง 75% ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้สามารถป้องกันความร้อนได้ ทำให้ห้องต่าง ๆ ในบ้านไม่ร้อน และมีน้ำหนักเบา ช่วยให้โครงสร้างของบ้านไม่ต้องรับน้ำหนักมากจนเกินไป อีกทั้งยังมีผิวที่ค่อนข้างเรียบ ช่วยประหยัดเวลาในงานฉาบให้เสร็จไวและเรียบร้อยสวยงามได้ง่าย

แต่ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมนี้ ก็ทำให้ราคาของอิฐมวลเบานั้นสูงกว่าอิฐชนิดอื่น ๆ โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 18 บาทไปจนถึง 90 บาท หรือเริ่มต้นที่ตารางเมตรละ 150 บาท ขึ้นอยู่กับเกรดและปริมาณในการซื้อ และอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของอุปกรณ์ก่อสร้าง ในงานเจาะและก่อฉาบจะต้องเป็นอุปกรณ์สำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ แต่หากใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพ ที่มีอุปกรณ์และช่างผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ก็สามารถลดปัญหาในจุดเหล่านี้ไปได้

แม้ว่าอิฐแต่ละประเภทจะมีราคาต่อก้อนที่ต่างกันมาก แต่เมื่อรวมจำนวนที่ใช้กับค่าแรงในการก่อสร้างสำหรับแต่ละพื้นที่แล้วก็อาจจะใกล้เคียงกัน อย่างเช่น อิฐมอญที่มีราคาถูกกว่าอิฐบล็อกและอิฐมวลเบา แต่จำนวนที่ใช้ต่อตารางเมตรมีมากกว่า รวมถึงอาจต้องใช้แรงงานช่างและเวลาในการก่อสร้างเยอะกว่าด้วย เป็นต้น

จากคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดของวัสดุเหล่านี้ ประกอบกับปัจจัยอื่น ๆ ทั้งงบประมาณ ระยะเวลาการดำเนินงาน ความต้องการของเจ้าของบ้าน และความชำนาญงานของผู้ที่รับสร้างบ้าน ฯลฯ ล้วนเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพในการสร้างบ้านทั้งสิ้น

และวัสดุพื้นฐานที่ใช้ในการสร้างบ้านไม่ได้มีเพียงเสาเข็ม เหล็ก และอิฐ เท่านั้น ในตอนหน้าเราจะมาเจาะลึกเกี่ยวกับการเลือกใช้และเกรดของ ปูน สี และท่อกันต่อ ซึ่งเป็นวัสดุที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า 3 สิ่งข้างต้น และแน่นอนว่าการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า

แต่ถ้าตอนนี้คุณกำลังมองหาบริษัทรับสร้างบ้าน ที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการทั้งด้านการออกแบบ ก่อสร้างและควบคุมงานได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จ สามารถติดต่อ า มีดี รับสร้างบ้าน เราให้บริการรับสร้างบ้านบนที่ดินของลูกค้า ด้วยแบบบ้านเดี่ยว 1 ชั้น – 3 ชั้น ที่มีให้ลูกค้าเลือกตามความต้องการด้วยทีมงานมืออาชีพในทุกขั้นตอน

สนใจสอบถามรายละเอียดบริการสร้างเพิ่มเพิ่มเติมได้ที่
https://mee-dee.co.th

โทร :  0-2540-3271, 080-6924142
แฟกซ์ 0-2540-3270
E-mail: nuchsam@hotmail.com
เวลาติดต่อ : จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 9.00 น. ถึง 18.00 น.