819282total sites visits.

เกรดของวัสดุสร้างบ้าน ส่งผลต่อคุณภาพบ้านและราคาก่อสร้างขนาดไหน (ตอนที่ 2)

รับสร้างบ้าน

เกรดของวัสดุสร้างบ้าน ส่งผลต่อคุณภาพบ้านและราคาก่อสร้างขนาดไหน (ตอนที่ 2)

เกรดของวัสดุสร้างบ้าน ส่งผลต่อคุณภาพบ้านและราคาก่อสร้างขนาดไหน (ตอนที่ 2)

รู้จักวัสดุในการก่อสร้างบ้าน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการสร้างบ้าน

กลับมาพบกับข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเกรดของวัสดุสร้างบ้านที่ มีดี รับสร้างบ้าน รวบรวมมาแนะนำกันต่อ หลังจากในตอนที่ 1 ที่เราได้แนะนำข้อมูลเกี่ยวกับเกรดของวัสดุที่เป็นส่วนโครงสร้างพื้นฐานในการสร้างบ้านและอาคาร อย่าง เสาเข็ม เหล็ก และ อิฐ ไปแล้วนั้น ในบทความนี้ เราจะขอพาไปทำความรู้จักเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ กันต่อ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ สีทาบ้าน และท่อประปา ซึ่งก็มีให้เลือกใช้หลากหลายรุ่น แต่ละรุ่นก็เหมาะกับงานที่แตกต่างกัน รวมถึงเกรดที่ต่างกันก็ทำให้คุณภาพและต้นทุนในการสร้างบ้านเปลี่ยนไปได้

และเพื่อให้การสร้างบ้านและอาคารของคุณมีความมั่นคงแข็งแรง สวยงาม ตลอดจนความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่ว่าจะเพื่อการอยู่อาศัย หรือใช้สำหรับเป็นที่ตั้งสำนักงานธุรกิจก็ตาม ลองใช้ข้อมูลต่อไปนี้ประกอบการตัดสินใจ หรือเป็นพื้นฐานในการเตรียมตัวสร้างบ้านและเลือกใช้บริการจากบริษัทรับสร้างบ้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม แต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

ปูน ส่วนผสมสำคัญ สร้างบ้านให้เป็นรูปร่าง

ปูนซีเมนต์ จัดเป็นอีกหนึ่งวัสดุก่อสร้างที่อยู่ในแทบจะทุกองค์ประกอบและทุกขั้นตอนในการสร้างบ้าน ตั้งแต่งานรากฐาน อย่างการลงเสาเข็ม การสร้างพื้นไปจนถึงการทำหลังคาดาดฟ้า โดยสามารถจำแนกประเภทของปูนซีเมนต์ ทั้งหมดออกมาเป็น 7 ชนิดสามารถแบ่งตามลักษณะของการใช้งานได้เป็นดังนี้

  1. ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานโครงสร้าง และงานหล่อผลิตภัณฑ์ด้วยคอนกรีต ประกอบด้วย

    • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 1 ชนิดธรรมดา สามารถใช้กับงานก่อสร้างบ้านและอาคารได้ทั่วไป

    • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 2 ชนิดดัดแปลง สามารถ ทนกับซัลเฟตหรือน้ำเค็มได้ในระดับปานกลาง ใช้ในการทำตอม่อและส่วนฐานรากในพื้นที่ที่มีดินเค็มได้

    • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 3 ชนิดแข็งตัวเร็ว มีจุดเด่นตรงที่สามารถแข็งตัวได้เร็ว จึงนิยมใช้กับงานที่มีความเร่งด่วน เช่น ทำเสาเข็ม หรืองานสร้างพื้นสำเร็จรูป ฯลฯ

    • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 4 ชนิดเกิดความร้อนต่ำ ช่วยลดปฏิกิริยาความร้อนที่เกิดระหว่างปูนซีเมนต์กับน้ำ เพื่อลดปัญหาการเกิดรอยร้าว จึงเหมาะกับงาน เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อน เป็นต้น

    • ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5 ชนิดทนทานซัลเฟตได้สูง เหมาะสำหรับการสร้างบ้านและอาคารที่อยู่ต้องสัมผัสกับเกลือหรือซัลเฟตจำนวนมาก เช่น บริเวณใกล้ทะเล การสร้างโครงสร้างใต้ดินที่แหล่งดินเค็ม เป็นต้น ซึ่งสามารถป้องกันไม่ให้เกลือหรือซัลเฟตมาทำลายเนื้อคอนกรีตได้

  2. ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานก่อและงานฉาบ
    ส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นปูนซีเมนต์ผสม หรือเรียกว่า ปูนซีเมนต์ซิลิก้า (Silica) โดยในการใช้งานจะนำไปผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เพื่อทำให้ปูนเกิดการแข็งตัวช้า และนำไปใช้ในงานก่อและฉาบตกแต่งในส่วนบริเวณที่เป็นงานโครงสร้างขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องรับแรงกดมาก

  3. ปูนซีเมนต์ใช้สำหรับงานพิเศษอื่นๆ
    เป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดสีขาว เนื่องจากปูนมีความแข็งตัวที่ช้า และมีสีขาวทำให้สามารถผสมสีที่ต้องการและนำไปใช้ในงานตกแต่งส่วนต่าง ๆ ได้อย่างง่ายและสวยงาม

และในปัจจุบันยังมีปูนประเภทที่ผสมสำเร็จรูปอีกชนิด นั่นก็คือ ปูนมอร์ตาร์ ซึ่งเป็นปูนพร้อมใช้ เพราะเพียงแค่ผสมน้ำก็สามารถใช้งานได้เลย นิยมใช้ในงานก่ออิฐ งานฉาบ รวมถึงงานเทปรับระดับพื้น ฯลฯ โดยปูนมอร์ตาร์ยังมีประเภทการผสมแยกย่อยต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับงานที่จะนำไปใช้ด้วย

ซึ่งนอกจากการเลือกใช้งานตามประเภทของปูนซีเมนต์แล้ว การเลือกใช้ตามปริมาณงานก็เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่ายได้ เพราะการซื้อปูนซีเมนต์มาผสมเอง จะต้องซื้อทรายและหินมาผสมเพิ่มเติมเพื่อทำคอนกรีต โดยช่างก่อสร้างจากบริษัทรับสร้างบ้านก็จะต้องคำนวณปริมาณต่าง ๆ ให้แม่นยำ เพื่อไม่ให้ส่วนผสมขาดหรือเกินจนสิ้นเปลืองงบดดยใช่เหตุ แต่ปัจจุบันหากต้องการใช้คอนกรีตกับพื้นที่งานที่ปริมาณมาก การเลือกใช้คอนกรีตผสมสำเร็จก็จะช่วยให้ได้มาตรฐานและคุณภาพที่มีความคงที่กว่า ประหยัดทั้งพื้นที่ วัสดุ เวลา และแรงงานในการผสม ทั้งนี้ผู้รับสร้างบ้านมืออาชีพก็จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมและแจ้งให้เจ้าของงานทราบก่อนและตัดสินใจเลือกใช้ได้

สีทาบ้าน กับประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความสวยงาม

เพราะสีเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้บ้านและอาคารมีความสวยงาม สะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งในปัจจุบันมีสีทาบ้านให้เลือกผู้ที่กำลังสร้างบ้านใช้มากมาย ในเฉดสีที่สามารถผสมได้ครอบคลุมทุกความต้องการ โดยชนิดของสีทาบ้านสามารถแยกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่

  1. สีทารองพื้น
    เป็นสีที่ใช้ทาบนผิวพื้นปูนทั้งภายในและภายนอกอาคาร ก่อนที่จะลงสีจริง เพื่อช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะของสีที่ทาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะแบ่งเป็น 2 สูตรคือ สีทารองพื้นปูนใหม่ และสีทารองพื้นปูนเก่าที่ผ่านการทาสีหรือใช้งานมาแล้ว สีทารองพื้นยังช่วยประสานรอยแตกร้าวบนผนังรวมถึงป้องกันน้ำซึมเข้าผนังได้ด้วย

  2. สีทาภายใน
    เป็นสีสำหรับทาผนังภายในบ้านและอาคารส่วนที่ไม่ต้องโดนแดดและฝน สีทาภายในที่ดีควรเป็นสีที่ไม่มีกลิ่นฉุน เนื้อสีมีความละเอียด สามารถเช็ดล้างได้ง่าย รวมถึงต้องป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียได้

  3. สีทาภายนอก
    ถูกออกแบบมาให้มีความทนทานต่อความร้อนจากแสงแดด และความชื้นจากฝน สีทาภายนอกที่มีคุณภาพในปัจจุบัน จะต้องสามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ไม่ทำให้ผนังบ้านดูดซับความร้อนจนเกินไป และสามารถปกป้องผิวซีเมนต์จากการรั่วซึม และการเกิดเชื้อราหรือตะไคร่น้ำ

นอกจากนี้ ยังมีสีอื่น ๆ ที่ใช้ในการทาส่วนประกอบของการสร้างบ้าน เช่น สีงานไม้ สำหรับทาเฟอร์นิเจอร์ไม้, สีน้ำมัน สำหรับทาไม้หรือเหล็ก และสีหลังคา ซึ่งสามารถสะท้อนรังสียูวี ทำให้หลังคาไม่ซีดจาง เป็นต้น

สำหรับคุณภาพตามเกรดของสีนั้น ก็มีหลายระดับให้เลือกใช้ตั้งแต่รุ่นพรีเมี่ยมที่เน้นความทนทานต่อสภาพอากาศ และการเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย โดยสีจะติดทนยาวนานถึง 5-10 ปี หรือในรุ่นระดับปานกลาง ที่ผู้รับสร้างบ้านนิยมใช้ทั่วไปก็อาจจะเป็นรุ่นที่ไม่ได้ทนกับสภาพอากาศมาก และก็มีราคาที่ไม่สูง ซึ่งหากเจ้าของบ้านพิจารณาแล้วว่าอยากให้บ้านทั้งสวยและคงทนทุกฤดูกาลยาวนาน ไม่ต้องซ่อมแซมบ่อย ก็อาจแจ้งให้บริษัทรับสร้างบ้านเลือกใช้สีระดับพรีเมี่ยมที่มีความคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า

ท่อประปา วัสดุส่งต่อความสะดวกด้านน้ำและระบบประปา

หน้าที่หลักของท่อประปาคือ การส่งน้ำดีเข้าสู่จุดต่าง ๆ ของบ้าน ซึ่งในการสร้างบ้านก็จำเป็นที่ผู้รับสร้างบ้านและเจ้าของบ้านต้องมีแบบแปลนการวางท่อแล้วว่าในแต่ละจุดจะใช้ท่อประเภทใด ขนาดเท่าใด เพื่อให้เหมาะสมกับการจ่ายน้ำทั้งด้านแรงดันและไม่มีปัญหารั่วซึม ซึ่งท่อประปานั้นมีหลายประเภท แต่ที่นิยมใช้ตามบ้านนั้นจะมีดังต่อไปนี้

  1. ท่อพลาสติก PVC (Poly Vinyl Chloride)
    เป็นท่อน้ำสีฟ้าที่หลาย ๆ ท่านคุ้นตาและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งมีราคาถูก น้ำหนักเบา หาซื้อได้ง่ายทั่วไปในเรตราคาที่ไม่แพง สามารถใช้เป็นท่อสำหรับส่งน้ำดี หรือระบายน้ำเสียได้

  2. ท่อประปาเหล็กเคลือบสังกะสี
    โดดเด่นในเรื่องของความคงทนแข็งแรง เหมาะกับการใช้ในระบบประปาหรือการส่งน้ำที่มีแรงดันสูง หรือเป็นท่อส่งน้ำร้อน แต่ก็มีราคาสูงกว่าท่อชนิดอื่น ๆ รวมถึงมีน้ำหนักมากที่อาจเป็นอุปสรรคในการติดตั้งในบางจุด รวมถึงเมื่อใช้งานไปแล้วก็อาจมีปัญหาสนิมและตะกอนเกิดขึ้นได้

  3. ท่อ PPR (Polypropylene Random Copolymer)
    จัดเป็นท่อผสานคุณสมบัติที่ดีและทลายข้อจำกัดของท่อ PVC และท่อเหล็ก เพราะท่อ PPR เป็นท่อพลาสติกที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถใช้งานกับระบบน้ำที่มีแรงดันสูงได้ทนทานมากกว่าท่อพลาสติก PVC และยังสามารถใช้เป็นท่อส่งน้ำร้อนอุณหภูมิสูงถึง 95 องศาเซลเซียสได้เหมือนท่อเหล็ก แต่มีน้ำหนักเบากว่า ราคาถูกกว่า รวมถึงไม่มีปัญหาสนิมและเกิดตะกอนในท่อ PPR ด้วย และยังโดดเด่นในเรื่องของความทนทาน เพราะสามารถใช้งานได้นานถึง 50 ปีเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าในการติดตั้งจะต้องใช้เครื่องมือในการผสานท่อและข้อต่อให้ติดสนิทกันโดยเฉพาะ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้ รวมถึงลดความกังวลเรืองปัญหาการรั่วซึมแล้ว ท่อ PPR ก็นับว่าเป็นการลงทุนในการใช้งานที่คุ้มค่าทางหนึ่งเลยทีเดียว

และแน่นอนว่า เกรดของท่อประปาก็จะมีผลต่อการใช้งาน ทั้งในส่วนของประสิทธิภาพในการรับแรงดันน้ำ หรืออุณหภูมิของน้ำร้อนหรือเย็น ซึ่งหากเลือกใช้ไม่เหมาะสมก็อาจจะมีปัญหาการรั่วซึมหรือแตกหักตามมาได้ แต่อย่างไรก็ตามการติดตั้งท่อประปาในการสร้างบ้านก็ไม่ได้ผูกมัดว่าจะต้องใช้ท่อชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นท่อคนละประเภท แต่ส่วนใหญ่ก็มีขนาดของท่อและข้อต่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงสามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น ใช้งานท่อ PPR รับน้ำส่วนที่มีแรงดันสูง แล้วใช้ท่อ PVC ในส่วนปลายที่กระจายน้ำในแรงดันไม่มากต่อได้ เป็นต้น ก็จะช่วยให้ประหยัดงบประมาณและทำให้การใช้งานคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น

จากรายละเอียดและข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างเบื้องต้นเหล่านี้ จะช่วยให้คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประสานงานกับบริษัทรับสร้างบ้านอย่างเข้าใจ เพื่อให้คุณได้บ้านที่ทั้งสวย ถูกใจ อยู่อาศัยในระยะยาวแบบไม่มีปัญหากวนใจตามมา

และที่ มีดี รับสร้างบ้าน ซึ่งเราเป็นบริษัทรับสร้างบ้านและอาคารต่าง ๆ บนที่ดินลูกค้านั้น เราเลือกใช้วัสดุที่ได้คุณภาพมาตรฐานให้กับงานการสร้างบ้านของลูกค้าทุกราย ตั้งแต่ระดับโครงสร้าง เสาเข็ม พื้น ผนัง บันได ไปจนถึงฝ้า เพดาน และหลังคา ตลอดจนวัสดุตกแต่งบ้านและสุขภัณฑ์ที่คัดสรรยี่ห้อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และคุณยังมั่นใจได้ด้วยการรับประกันโครงสร้างบ้านยาวนานถึง 10 ปีเต็ม

สนใจสอบถามรายละเอียดบริการสร้างเพิ่มเพิ่มเติมได้ที่
https://mee-dee.co.th

โทร :  0-2540-3271, 080-6924142
แฟกซ์ 0-2540-3270
E-mail: nuchsam@hotmail.com
เวลาติดต่อ : จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 9.00 น. ถึง 18.00 น.